[ BROTHERHOOD ]

posted on 21 Jul 2008 18:19 by miraclex

Chapter 02 – [B]rotherhood

 

พี่ขอโทษ.. ขอโทษนะทงเฮ.. ขอโทษ.. ภาพที่ซองมินกำลังกอดทงเฮ พร้อมๆกับพร่ำคำขอโทษในตอนนี้ไม่ใช่ภาพในความทรงจำอีกต่อไป ไม่ว่าผู้เป็นพี่จะเอื้อนเอ่ยคำขอโทษออกมามากมายขนาดไหน.. ความรู้สึกผิดก็ยังคงถาโถมใส่เขาเช่นฝันร้าย แม้ในตอนกลางวัน

 

ทงเฮรับรู้ได้ถึงแรงสะอื้นของซองมิน เขาจึงใช้มือบางนั้นลูบหลังพี่ชายขึ้นลงเป็นเชิงปลอบประโลม

ทงเฮไม่รู้ว่าฮยองขอโทษผมเรื่องอะไรนะฮะ แต่ผมอยากให้ฮยองรู้ไว้ว่าทงเฮไม่เคยโกรธฮยองของทงเฮเลยนะฮับ เพราะฉะนั้นฮยองต้องยิ้มเยอะๆนะฮะ แบบนี้ไม่หล่อเลย ^^” คนตัวเล็กกว่าดันซองมินออก ก่อนที่จะควักผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนที่ถูกยัดไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาซับน้ำตาให้พี่ชายอย่างอ่อนโยน

 

สิ่งที่เด็กอย่างผมพอจะทำให้ฮยองได้.. ก็มีแค่นี้หละฮะ.. ฮยอง..

 

ฮยองห้ามร้องไห้นะ! เดี๋ยวคุณกระจกไม่ยอมแต่งงานกับฮยองนะฮะ!! เช็ดน้ำตาเร็วเข้าๆ~” ถ้อยคำที่ถ้าใครได้ยินก็ต้องขำกลิ้งไปกับความคิดเด็กๆของอีทงเฮ.. แต่น้ำเสียงของเขานั้นบ่งบอกได้เลยว่า.. จริงจังมาก!!!

 

ซองมินพยักหน้าน้อยๆ ก่อนที่จะคลี่ยิ้มบางๆให้กับทงเฮ.. และที่สำคัญดวงตาของซองมินก็ยิ้มด้วย

 

ขอบใจนะทงเฮ.. พี่รักนายนะ ร่างบางลูบผมของผู้เป็นน้องอย่างรักใคร่ ฉับพลันทงเฮก็กระเด้งตัวไปติดอีกข้างประตูรถแทบจะทันที ใบหน้าของทงเฮดูแตกตื่น.. และหวาดกลัว มือเล็กเอาผ้าเช็ดหน้าชุ่มน้ำบังหน้าไว้เพื่อซ่อนตัว

 

อ๊ากกก!! ฮยองชอบผู้ชายยยย!!! ทงเฮไม่ชอบผู้ชายนะ T^T ทงเฮไม่อยากแต่งงานกับฮยองนะ เพราะฉะนั้นฮยองห้ามบอกรักทงเฮอีกนะ ต้องเก็บเป็นความลับรู้มั๊ยฮะ? เดี๋ยวทงเฮรู้เข้าเขาจะปฏิเสธฮยองได้นะ!! จุ๊ๆ ทงเฮทำท่าจุ๊ๆอยู่ข้างประตู ท่าทีที่น่าเอ็นดูของเขาเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ซองมินหัวเราะได้ในวันนี้.. แหละหลังจากนี้เป็นต้นไป..

 

ก็รักนี่.. ซองมินพึมพำเบาๆ แต่ไม่วายคนตัวเล็กได้ยิน วิ่งตุ๊บๆเอาหูมาแนบใกล้ๆปากอีกคน

 

อะไรนะ? ฮยองว่าไงนะ? แย่แล้วๆๆ เดี๋ยวทงเฮได้ยินนะ! บอกแล้วไงว่าให้เก็บเป็นความล๊าบบ บ!!” ทงเฮพองแก้มออกจนป่องเหมือนปลาท่อง ซองมินเห็นดังนั้นจึงเอานิ้วเรียวไปจิ้มๆ จนลมออกจากแก้มเนียนเกือบหมด ร่างเล็กโน้มตัวลงมาที่หูของพี่ชาย ก่อนที่จะพึมพำอะไรเบาๆให้เขาฟัง

 

ถ้าจะบอก.. ฮยองต้องกระซิบบอกที่ข้างหูนะ ไม่งั้นเดี๋ยวทงเฮรู้!” พูดจบซองมินก็หัวเราะออกมาน้อยๆ แต่ไม่ทันตั้งตัว โดนเจ้าตัวเล็ก(?)ขโมยหอมแก้มไปหนึ่งที เสร็จแล้วก็มากระซิบที่หูกระต่ายเบาๆอีกครั้งว่า..

 

ผมก็รักฮยองนะ! อันนี้ก็ความลับเหมือนกันนะฮะ ทงเฮคลานกลับไปนั่งที่นั่งของตัวเอง ก่อนจะยิ้มภาคภูมิใจที่ทำแผนบอกรักพี่ชายสำเร็จโดยไม่มีใครได้ล่วงรู้!!

 

.

.

.

 

ไม่นานนัก รถคันหรูก็แล่นมาจอดอยู่หน้าประตูโรงเรียนใหญ่ ซองมินหอมแก้มทงเฮฟอดใหญ่ก่อนที่จะเดินลงจากรถด้วยสีหน้าและแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

 

ซองมิ๊นนนนนนนนนนนน นน~” เสียงลิงหรือไก่ก็ไม่รู้ดังขึ้นทันทีที่เท้าของร่างเล็กสัมผัสกับพื้น ซองมินหันหน้าไปมองบุคคลที่คุ้นเคยช้าๆ

 

อรุณสวัสดิ์ ฮยอกแจ เขากล่าวเรียบๆ ฮยอกแจไม่ได้ตอบอะไร กลับวิ่งวนไปมารอบตัวซองมินอย่างตื่นตกใจ

 

สีแดงไปไหน?? สีชมพูไปไหน??? OoO??” เจ้าของเรือนผมสีทองวิ่งมาหยุดที่หน้าร่างเล็กพลางมองสำรวจไปทั่วร่างกาย

 

ไม่ใส่แล้ว ซองมินพูดทิ้งท้าย ก่อนที่จะเดินลิ่วขึ้นตึกเรียนโดยไม่สนใจคนที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก

 

มันเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรักของเขากันแน่นะ? ทุกที และ ทุกวัน ซองมินคนนี้จะต้องมีของสีแสบทรวงประดับอยู่บนร่างกายให้เห็นทุกวัน แต่ทำไมวันนี้กลับใส่สูทดำ.. ใส่เครื่องแบบนักเรียนตรงตามระเบียบ ปกติซองมินไม่ใช่คนแบบนี้ ไหนจะใบหน้าที่เย็นชาเรียบเฉยกับเขาขนาดนั้นอีก ถ้าเป็นเหมือนทุกเช้าซองมินจะต้องยิ้มกว้างวิ่งเข้ามาควงแขนเขาขึ้นตึกเรียนแล้ว.. แต่นี่.. มันตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง!!

 

 

ที่อีกฟากของโรงเรียน หอใหญ่.. หรือจะเรียกว่าหออันมโหราฬ คงไม่สามารถบรรยายความใหญ่โตของหอพิเศษนี้ได้แม้แต่นิดเดียว

 

อื้ม... ร่างสูงครางเบาๆในลำคอ แสดงออกถึงความพึงพอใจในสิ่งที่ร่างอรชรกำลังทำอยู่ ร่างเปลือยเปล่าสองร่างกำลังบรรเลงเพลงรักอย่างไม่สนใจใครอยู่บนเตียง แม้จะเป็นเวลาเช้าแล้วก็ตาม

 

ร่างสูงเจ้าของดวงตาคมช้อนใบหน้าหวานของหญิงสาวขึ้นมาใกล้ ก่อนจะประกบริมฝีปากของตนเองเข้ากับริมฝีปากอวบอิ่มตรงหน้า ลิ้นร้อนรุกล้ำทั่วโพรงปากของร่างบางเพื่อควานหาความหอมหวาน ร่างเล็กใช้แขนสองข้างโอบรอบคอคนตัวสูง ก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มซุกไซร้ซอกคอเนียนขาว ไล่ลงต่ำไปเรื่อยๆ

 

อ๊ะ.. อ๊าา~ เสียงเล็กครางออกมาอย่างมีความสุขกับสิ่งที่ร่างสูงทำให้ เล็บแหลมจิกเข้าที่กลางหลังแสดงถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เขายิ้มนิดๆ ก่อนจะจัดการสำเร็จความใคร่กับหญิงสาวผู้นี้ด้วยความชำนาญ

 

ทันทีที่เสร็จภารกิจ ร่างสูงก็เดินลิ่วหายเข้าห้องน้ำไป ทิ้งไว้เพียงร่างบอบบางของเด็กสาวที่นอนเปลือยอยู่บนเตียง และ คราบราคะที่เปรอะไปทั่วเตียง

 

ฮันเกิง ขอเข้าไปหน่อย เสียงทุ้มดังขึ้นผ่านสปีคเกอร์โฟนหน้าประตู ร่างสูงที่กำลังอาบน้ำอยู่กดสวิตช์เปิดประตูอัตโนมัติจากภายในห้องน้ำ ไม่นานนักเขาก็พาร่างที่เปียกชุ่มออกมาที่โถงใหญ่

 

ไงชีวอน มาทำอะไรแถวนี้แต่เช้า? ฉันไม่มีผู้หญิงให้นายยืมหรอกนะ ฮ่ะๆ ฮันเกิงพูดกวนๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม

 

อย่าคิดว่าทุกคนเป็นเหมือนนายสิ ไอ่มังกือ เจ้าของใบหน้าเรียวคมกล่าวยียวน พลางมองสำรวจรอบห้อง ฮันเกิงหัวเราะหึหึในลำคอ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าชีวอนมาทำอะไร.. หน้าที่รองประธานนักเรียน.. ก็ต้องมาตรวจสภาพความเรียบร้อยเฉพาะไอ่มังกืออย่างเขาทุกเช้าไงหละ

 

ไม่ต้องหาหรอก อยู่ในห้องนอนนู่น

 

หรอ? คราวนี้เด็กปีไหนหละ? ผู้หญิง? หรือผู้ชาย?

 

ปีสอง ผู้หญิง

 

อ่อ.. แล้วลงมาได้แล้วนะ อีกสิบนาทีจะเปิดการประชุม

 

คร๊าบบบ~  ท่านรองประธานที่เคารพ~ ว่าแต่ผมขออีกซักรอบได้มั๊ยอ่ะ? > <” คนตัวเล็กกว่ากระพริบตาปริบๆ ทำทีว่าเป็นลูกหมาตัวน้อยกำลังต้องการเจ้านายมาลูบหัว

 

ไม่!!!” ชีวอนตอบสั้นๆ ก่อนจะหันร่างกายกำยำหนี แล้วเดินออกจากห้องใหญ่ไป

 

จุดประสงค์ของหอพิเศษนี้ถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อให้เหล่าคณะกรรมการนักเรียนใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อนและเตรียมงานต่างๆ.. แต่ดูไอ่(มังกือ)นี่สิครับ! มันเอาไว้บรรเลงเพลงรักทุกคืนไม่เว้นวันหยุดราชการ! ไม่เว้นเพศด้วยครับ! จะผู้จะเมีย มันเอาหมด ขอแค่มันเข้าไปได้ก็พอ! =____=^ ดูสิครับ.. เช้าขนาดนี้มันก็ยังทำกิจกรรมในร่ม(ผ้า)ได้! ผมหละไม่เข้าใจจริงๆว่ามันเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนทุกวี่ทุกวัน ถ้าไม่ติดว่าไอ่(มังกือ)นี่เป็นลูกชายหุ้นส่วนใหญ่จากสาขาที่จีนแล้วละก็ ผมคงจะรีบทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้มันตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาแล้วหละครับ = =;

 

.

.

.

 

ที่ห้องประชุมใหญ่(โตมโหราฬอภิมหาโคตรใหญ่ใหญ่โคตรอลังการเวรี่บิ๊ก!!)

ร่างบางเจ้าของเรือนผมสีทองคำเปลวในชุดเครื่องแบบนักเรียนกำลังตรวจเช็คเอกสารสำหรับการประชุมวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ ดวงตากลมโตภายใต้แว่นกรอบบางนั้นกระพริบไปมา พลางสอดส่ายไปทั่วหน้ากระดาษ

 

อีทึก เมื่อได้ยินเสียงหวานเรียกชื่อเขา อีทึกจึงต้องละสายตาจากกองเอกสารขึ้นมามองคนตรงหน้า

 

หืม? ร่างเพรียวขยับแว่นเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นบุคคลตรงหน้าชัดขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นโค้งคำนับผู้มาใหม่หนึ่งที

 

อรุณสวัสดิ์ครับประธานคิม

 

ร่างบางยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินผ่านอีทึกไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวกลางของห้องประชุม ที่บนโต๊ะมีป้ายชื่อเขียนไว้ว่า

- คิม ฮีชอล -

 

อรุณสวัสดิ์เลขาปาร์ค ฮีชอลเปิดเอกสารที่วางเป็นระเบียบเรียบร้อยตรงหน้าดูด้วยท่าทีที่สุดแสนจะสง่า ก่อนที่จะฟุบหน้าลงกับโต๊ะประชุมไปด้วยความรวดเร็วจนอีทึกที่เรียงเอกสารอยู่ตกใจในอาการของท่านประธาน จนต้องรีบวิ่งมาดู

 

ประธานคิม.. ประธานคิมเป็นอะไรรึเปล่าครับ? เสียงหวานถามด้วยความห่วงใย ไหล่บางของคนที่ฟุบอยู่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะ อีทึกหรือจองซูนั้นใช้มือเล็กลูบไปที่ศีรษะท่านประธานอย่างเบามือ

 

ใจเย็นๆนะครับท่านประธาน.. มีอะไรก็บอกผมได้นะ ไม่ว่าร่างบางจะพูดยังไง ไหล่เล็กๆนั่นก็ยังกระเพื่อมขึ้นลงโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยซักนิด อีทึกเริ่มทำอะไรไม่ถูก เขาและประธานเพิ่งจะเข้ามาทำงานในตำแหน่งได้ไม่นานนัก ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน แต่เขาก็ไม่เคยเห็นฮีชอลเป็นแบบนี้มาก่อนเลย

 

ดะ..เดี๋ยวผมไปตามรองชเวมานะครับ.. ท่านประธานใจเย็นๆก่อนนะครับ อีทึกพูดติดๆขัดๆ เขาชักจะกังวลกับอาการของเพื่อนสนิทมากขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ ร่างกายมันมักจะไปก่อนความรู้สึกเสมอ.. เลขาปาร์คกำลังก้าวขาฉับๆเดินไปยังประตูห้องประชุมด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้นเอง...

 

edit @ 21 Jul 2008 18:20:22 by • MiRACLEx •

[ ABANDON ]

posted on 21 Jul 2008 16:32 by miraclex

[ UNTITLED ]

WRITTEN BY : SIMPLYSTARx

SINCE : 210708

{ K x S } { OTHERS }

 

 

Chapter 01 – [A]bandon [ ละทิ้งตัวตนที่มี.. ]

 

เต๊ง~ เต๊ง~

 

เสียงนาฬิกาเรือนยักษ์สีโอ๊คในห้องโถงใหญ่ภายในคอนโดหรูดังบอกเวลาของยามราตรี ร่างเล็กในชุดคลุมอาบน้ำสีเลือดหมูกำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีที่เรียบเฉย มือบางถือแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำอัมพัน ใบหน้าขาวผ่องขึ้นสีอ่อนๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์

 

ร่างบางยกแก้วขึ้นดื่มเป็นระลอกสุดท้ายก่อนจะวางแก้วใสลงบนโต๊ะไม้อย่างเบามือ เจ้าของใบหน้าหวานลุกขึ้นเดินไปยังระเบียง ก่อนที่จะปาวัตถุสีเงินวาวอันเล็กออกไปสู้เบื้องล่างอย่างไร้ความรู้สึก

 

มันจบแล้ว.. ความเชื่อใจของฉัน

 

น้ำตาสายเล็กๆไหลเป็นทางตามแก้มสีระเรื่อ.. หากแต่ดวงตานั้นช่างเย็นชาและเฉยเมย ริมฝีปากอวบอิ่มไม่ได้ขบเม้มเพื่อเก็บเสียงสะอื้นแต่อย่างใด แต่กลับไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกจากร่างบางเลยแม้แต่น้อย มีเพียงน้ำใสๆที่คลอเบ้าตาและไหลลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน

 

ไม่มีใครอาจรับรู้หรือเข้าใจความรู้สึกของร่างเล็กได้เลยในตอนนี้ หรือถ้าจะพูดให้ถูก.. คงจะไม่มีใครได้เข้าไปรับรู้สิ่งเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว.. มีเพียงสายลมเย็นยะเยือกและดวงดาวที่สุกสกาวในท้องฟ้าเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนกับความรู้สึกของเขาในช่วงเวลานี้

 

.. คืนนี้อาจจะเป็นคืนที่แสนสุขสำหรับใครหลายๆคน

.. คืนนี้อาจจะเป็นคืนที่มีค่าสำหรับใครอีกหลายๆคน

แต่คืนนี้.. ก็เป็นคืนที่หัวใจของคนๆนึงได้แตกสลายเป็นผุยผง เช่นเดียวกัน

 

 

 

 

คุณหนูครับ ตื่นได้แล้วนะครับ

 

เสียงทุ้มต่ำของชายกลางคนดังขึ้นทางสปีกเกอร์สีขาวที่ติดอยู่กับผนังห้อง ร่างเล็กฟาดมือสะเปะสะปะไปทั่วเพื่อหาที่กดรับ ก่อนจะกรอกเสียงลงไปโดยที่ดวงตายังปิดสนิท

 

อื้อ.....

 

ไม่นานนัก ร่างที่นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้นช้าๆ แต่ก็ต้องหยีตาลงอีกครั้งเพราะแสงแดดยามเช้าที่สาดเข้ามาทางหน้าต่าง ร่างบางยังคงนอนนิ่ง สายตาที่ไร้อารมณ์จับจ้องไปยังเพดานห้องอย่างเฉยเมย

 

แม้เช้าวันใหม่จะมาถึงแล้ว.. แต่จิตใจของเขาก็ยังคงเป็นยามราตรีที่ไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ ร่างบางยันตัวขึ้นจากที่นอน พลางเหลือบมองชุดคลุมอาบน้ำที่หลุดลุ่ยจนแทบจะหล่นลงไปกองกับพื้น

 

หึ.. ใบหน้าหวานกระตุกยิ้มมุมปากอย่างสมเพช.. นี่เขากำลังสมเพชตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน.. ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เข้ามาแทนที่ความภาคภูมิใจในเรือนร่างของเขา กลับกลายเป็นเกลียดชัง และรู้สึกว่าร่างกายของตนเองนั้นมันช่างโสมมสิ้นดี

 

ซองมิน นายมันน่ารังเกียจที่สุด ร่างเล็กเอ่ยเบาๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำหรูเพื่อชำระล้างร่างกาย

.

.

.

.

สูทสีดำถูกเลือกขึ้นมาจากชั้นในของตู้เสื้อผ้าตู้ใหญ่ ที่เต็มไปด้วยสูทหลากสีสัน ซองมินกระตุกยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง ก่อนที่จะกระชากกองทัพสูทสีสวยให้ลงมากองกับพื้น เขาเดินไปเปิดตู้รองเท้า.. และอีกเช่นกัน รองเท้าสีแดงคู่โปรดก็โดนจับโยนลงไปกองกับพื้นร่วมกับสูทและรองเท้าสีสดใส เหลือเพียงอาภรณ์สีทมิฬเท่านั้นที่ยังคงสงบเงียบอยู่ในตู้เสื้อผ้าได้..

 

ร่างบางเดินอาดๆ ออกจากลิฟท์แก้ว หญิงสาววัยกลางคนในชุดทำงานสีครีมเอ่ยตอนรับเขาอย่างอบอุ่นพร้อมบริวารอีกนับสิบที่ต่อแถวรอการลงมาของซองมิน

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณหนูลี

 

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใด ๆ ซองมินเพียงแค่พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถคันใหญ่หน้าคอนโด ทิ้งท้ายเพียงคำสั่งสั้นๆที่ทำให้บ่าวทั้งหลายต้องตกใจ

 

เอาเสื้อผ้าสีสดๆพวกนั้นออกไปทิ้งให้หมด ต่อไปนี้ผมต้องการแค่สีขาว เทา และ ดำ เท่านั้น

 

ค่ะ แม่บ้านใหญ่โค้งตัวลงรับคำสั่ง.. เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูที่แสนน่ารักของเธอ? เพียงค่ำคืนเดียว ทำไมสิ่งต่างๆมันถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้.. เมื่อวานเย็นคุณหนูยังยิ้มแย้มอยู่เลยนี่นา? ไม่เพียงแต่ชุดสีมืดๆพวกนั้น.. แต่เธอกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคุณหนู อี ซองมิน คนเดิมเลยซักนิดเดียว.. จะพูดให้ถูก.. คงเหลือเพียงร่างไร้ความรู้สึกของเขามากกว่า..

 

 

ปัง ~

ทันทีที่ร่างเล็กหย่อนตัวลงบนเบาะรถ มือของคนตัวเล็กกว่าก็เข้ามาเกาะกุมแขนซองมินอย่างรวดเร็ว

 

ซองมินฮยอง~ ทำไมวันนี้มึดมนจังฮะ? เสียงใสๆของคนตรงหน้าดังขึ้นอย่างไม่ทันระวังตัว ซองมินไม่ตอบกลับนั่งเงียบ สายตาจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างตลอดทาง

 

นายคงเห็นฉันโง่มากสินะ..  หึ! ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้จักกับคนที่ไม่เคยนึกถึงหัวใจคนอื่นอย่างนาย.. ขอบคุณที่ทำให้ฉันต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองมากขนาดนี้

 

ซองมินฮยองจะแต่งงานกับกระจกรถหรอฮะ? ทำไมต้องจ้องขนาดนั้นหละฮะ?

 

สิ่งเหล่านี้มันก็คงจะเป็นเกราะกำบังที่ดีให้ฉันสินะ? เมื่อฉันไม่คิดที่จะเชื่อใจใคร.. ก็จะไม่มีใครโดนหักหลัง.. ถูกมั๊ยหละ?

 

เอ๋~ สงสัยกระจกรถจะสวยมาก ฮยองจ้องไม่กระพริบเลย ถ้าฮยองชอบ ทงเฮก็ชอบเหมือนกันฮะ ! ^^” เจ้าของใบหน้าสวยที่ทำตัวไม่เหมาะกับอายุกระโจนเข้าไปเกาะกับกระจกรถแล้วทิ้งตัวข้างๆซองมิน รถคันนี้มันใหญ่พอที่จะให้ทงเฮกระโดดไปมาได้อย่างสบายๆเลยเชียวหละ

 

อีกอย่าง.. ฉันไม่สามารถจะเชื่อใจใครได้อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้หัวใจของฉันมันตายด้านไปแล้ว.. นายรู้บ้างมั๊ยนะ? ฉันทิ้งตัวตนของตัวเองไปแล้ว.. ทิ้งไปหมดแล้ว.. เหลือเพียงแค่ร่างกายที่ไร้ความรู้สึกเท่านั้น.. จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดอีกยังไงหละ?

 

.. ไม่เห็นสนุกเลยซองมินฮยอง~ มาเล่นกระโดดเชือกกันดีกว่าฮะ! ทงเฮว่า พลางควานหาเชือกกระโดดใต้เก้าอี้ ไม่ทันที่จะหยิบมันขึ้นมา ซองมินก็คว้าข้อมือเล็กๆนั่นไว้ ก่อนที่จะดึงตัวของทงเฮให้ขึ้นมานั่งบนเบาะเหมือนเดิม

 

ทงเฮ.. ซองมินเอ่ยเสียงเรียบ แต่คนถูกเรียกกลับกระดี้กระด้าราวกับเด็กห้าขวบได้ของเล่น

 

ฮะ~” ทงเฮกำลังยิ้มกว้างให้พี่ชายที่รักของเขา

 

ฉันขอโทษที่ทำให้นายต้องเป็นแบบนี้.. ร่างบางบีบมือเล็กให้แน่นขึ้นเพื่อบอกความรู้สึกเสียใจที่เขามี ก่อนจะดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้หลวมๆ ทงเฮเป็นคนเดียวที่ซองมินจะยอมเผยความรู้สึกที่แท้จริงของเขาให้รับรู้.. ทงเฮเป็นคนเดียวที่ทำให้เขามีสิ่งยึดติดเพื่อใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้า..

 

ขอโทษอะไรกันฮะ? แล้วเป็นแบบนี้อ่ะเป็นแบบไหน? ทงเฮก็สบายดี มีความสุขมากๆที่ได้อยู่กับฮยองน๊าาา า~~”

 

ฉับพลันน้ำใสๆก็ไหลอาบแก้มของซองมินอีกครั้ง เหตุการณ์ทุกอย่างมันช่างชัดเจนเหลือเกินในความทรงจำของเขา.. ที่ช่างแตกต่างกับความทรงจำที่แทบจะเท่ากับ ศูนย์ ของอีทงเฮเลยก็ว่าได้.. แม้ว่าทงเฮอายุน้อยกว่าเขาเพียงหนึ่งปี แต่การกระทำของร่างเล็กตรงหน้านั้นมันช่างแตกต่างกับอายุเสียเหลือเกิน.. ภาพที่ชายหนุ่มในชุดกาว์นเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินในคืนที่ฝนตกหนัก มันยังคงชัดเจนอยู่ทุกครั้งที่หลับตา..

 

.

.

.

 

ทงเฮ.. ทงเฮ น้องชายผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ???? ร่างเล็กที่เปียกชุ่มไปด้วยทั้งเลือดทั้งฝนวิ่งไปหาบุคคลที่ชื่อว่าเป็นหมอที่ดีที่สุดในโซลอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เห็นร่างสูงนั้นเดินออกมาจากห้องผ่าตัด

 

...

 

หมอ!!! น้องผมเป็นยังไงบ้าง!! ตอบมาสิครับหมอ!!!” ร่างบางเริ่มคุมสติไม่อยู่ มือสองข้างเขย่าแขนเสื้อกาว์นจนร่างใหญ่ตรงหน้าทรงตัวแทบไม่อยู่

 

.. คุณอี ทงเฮ ปลอดภัยแล้วครับ ร่างสูงพูดนิ่งๆ ก่อนที่จะทิ้งจังหวะให้ซองมินได้โล่งใจ

 

..อ๊า ขอบคุณมากครับหมอ.. ผมจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้ของหมอเลยครับ ซองมินยิ้มกว้าง แต่สิ่งที่เขากำลังจะได้ยินนั้น มันช่างแตกต่างกับความรู้สึกของเขาในตอนนี้เสียเหลือเกิน

 

แต่... สมองได้รับกระทบกระเทือนมาก.. อาจจะทำให้ความทรงจำของคนไข้หายสาบสูญไป..

 

ร่างเล็กหุบยิ้มทันที ดวงตากลมโตเริ่มสั่นระริกอีกครั้งเพราะความกลัว.. กลัวว่าจะต้องเสียน้องชายที่เป็นเสมือนดวงอาทิตย์ในชีวิตเขาไป..

 

หรือ คนไข้อาจมีพฤติกรรมเหมือนเด็กเล็ก.. เพราะฉะนั้นขอให้คุณทำใจกับสิ่งนี้ไว้ด้วยนะครับ

 

..ละ.. แล้วมีโอกาสที่ความทรงจำจะกลับคืนมาได้มั๊ยครับ? หรือต้องทานยาอะไร ผ่าตัดอะไรผมจ่ายได้ทั้งนั้นครับ! ขอแค่ความทรงจำของทงเฮกลับมา.. ได้มั๊ยครับหมอ?

 

ข้อนี้หมอก็ไม่สามารถบอกได้นะครับ.. แต่การผ่าตัดในสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมแบบนี้อาจทำให้ร่างกายคนไข้ทรุดหนัก เท่าที่หมอเคยรักษามา.. ถ้าให้คนใกล้ชิดคอยอยู่ใกล้ๆ ปฏิบัติกับเขาเหมือนที่เคยทำมาตลอด.. ก็พอจะมีหวังนะครับ เพราะในคนไข้เคสนี้หมอก็พบมาหลายรายที่หาย.. ยาที่ดีที่สุดก็คือการเอาใจใส่.. ส่วนความทรงจำจะกลับมาเหมือนเดิมเมื่อไหร่.. หรือจะกลับมารึเปล่านั้น.. หมอก็บอกไม่ได้จริงๆครับ.. ทั้งหมดนี่อยู่ที่ตัวคนไข้เอง.. หมอว่าคุณควรไปทำแผลนะครับ.. แผลที่ศีรษะคุณก็ดูจะไม่ใช่เล็กๆเลย.. เดี๋ยวผมไปตามพยาบาลให้นะครับ คุณหมอกล่าวตัดบท ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินไปด้วยความรวดเร็ว

 

ทะ.. ทงเฮ..พี่ขอโทษ.... พี่ขอโทษ.. ร่างเล็กสะอื้นอย่างหนัก จู่ๆขาทั้งสองข้างก็เหมือนจะหมดเรี่ยวแรง ทำให้ร่างกายของซองมินทรุดลงไปอยู่กับพื้น แม้ร่างกายของเขาจะเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายจากเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา  แต่ความเจ็บปวดของบาดแผลนั้น.. บาดลึกไม่เท่าเสี้ยวหนึ่งของความเจ็บปวดที่เขาทำให้น้องชายเพียงคนเดียวต้องเสียความทรงจำไปและเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะเขา.. เพราะความคิดเพียงชั่ววูบของเขา..