[ BROTHERHOOD ]
posted on 21 Jul 2008 18:19 by miraclexChapter 02 – [B]rotherhood
“พี่ขอโทษ.. ขอโทษนะทงเฮ.. ขอโทษ..” ภาพที่ซองมินกำลังกอดทงเฮ พร้อมๆกับพร่ำคำขอโทษในตอนนี้ไม่ใช่ภาพในความทรงจำอีกต่อไป ไม่ว่าผู้เป็นพี่จะเอื้อนเอ่ยคำขอโทษออกมามากมายขนาดไหน.. ความรู้สึกผิดก็ยังคงถาโถมใส่เขาเช่นฝันร้าย แม้ในตอนกลางวัน
ทงเฮรับรู้ได้ถึงแรงสะอื้นของซองมิน เขาจึงใช้มือบางนั้นลูบหลังพี่ชายขึ้นลงเป็นเชิงปลอบประโลม
“ทงเฮไม่รู้ว่าฮยองขอโทษผมเรื่องอะไรนะฮะ แต่ผมอยากให้ฮยองรู้ไว้ว่าทงเฮไม่เคยโกรธฮยองของทงเฮเลยนะฮับ เพราะฉะนั้นฮยองต้องยิ้มเยอะๆนะฮะ แบบนี้ไม่หล่อเลย ^^” คนตัวเล็กกว่าดันซองมินออก ก่อนที่จะควักผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนที่ถูกยัดไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาซับน้ำตาให้พี่ชายอย่างอ่อนโยน
สิ่งที่เด็กอย่างผมพอจะทำให้ฮยองได้.. ก็มีแค่นี้หละฮะ.. ฮยอง..
“ฮยองห้ามร้องไห้นะ! เดี๋ยวคุณกระจกไม่ยอมแต่งงานกับฮยองนะฮะ!! เช็ดน้ำตาเร็วเข้าๆ~” ถ้อยคำที่ถ้าใครได้ยินก็ต้องขำกลิ้งไปกับความคิดเด็กๆของอีทงเฮ.. แต่น้ำเสียงของเขานั้นบ่งบอกได้เลยว่า.. จริงจังมาก!!!
ซองมินพยักหน้าน้อยๆ ก่อนที่จะคลี่ยิ้มบางๆให้กับทงเฮ.. และที่สำคัญดวงตาของซองมินก็ยิ้มด้วย
“ขอบใจนะทงเฮ.. พี่รักนายนะ” ร่างบางลูบผมของผู้เป็นน้องอย่างรักใคร่ ฉับพลันทงเฮก็กระเด้งตัวไปติดอีกข้างประตูรถแทบจะทันที ใบหน้าของทงเฮดูแตกตื่น.. และหวาดกลัว มือเล็กเอาผ้าเช็ดหน้าชุ่มน้ำบังหน้าไว้เพื่อซ่อนตัว
“อ๊ากกก!! ฮยองชอบผู้ชายยยย!!! ทงเฮไม่ชอบผู้ชายนะ T^T ทงเฮไม่อยากแต่งงานกับฮยองนะ เพราะฉะนั้นฮยองห้ามบอกรักทงเฮอีกนะ ต้องเก็บเป็นความลับรู้มั๊ยฮะ? เดี๋ยวทงเฮรู้เข้าเขาจะปฏิเสธฮยองได้นะ!! จุ๊ๆ” ทงเฮทำท่าจุ๊ๆอยู่ข้างประตู ท่าทีที่น่าเอ็นดูของเขาเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ซองมินหัวเราะได้ในวันนี้.. แหละหลังจากนี้เป็นต้นไป..
“ก็รักนี่..” ซองมินพึมพำเบาๆ แต่ไม่วายคนตัวเล็กได้ยิน วิ่งตุ๊บๆเอาหูมาแนบใกล้ๆปากอีกคน
“อะไรนะ? ฮยองว่าไงนะ? แย่แล้วๆๆ เดี๋ยวทงเฮได้ยินนะ! บอกแล้วไงว่าให้เก็บเป็นความล๊าบบ บ!!” ทงเฮพองแก้มออกจนป่องเหมือนปลาท่อง ซองมินเห็นดังนั้นจึงเอานิ้วเรียวไปจิ้มๆ จนลมออกจากแก้มเนียนเกือบหมด ร่างเล็กโน้มตัวลงมาที่หูของพี่ชาย ก่อนที่จะพึมพำอะไรเบาๆให้เขาฟัง
“ถ้าจะบอก.. ฮยองต้องกระซิบบอกที่ข้างหูนะ ไม่งั้นเดี๋ยวทงเฮรู้!” พูดจบซองมินก็หัวเราะออกมาน้อยๆ แต่ไม่ทันตั้งตัว โดนเจ้าตัวเล็ก(?)ขโมยหอมแก้มไปหนึ่งที เสร็จแล้วก็มากระซิบที่หูกระต่ายเบาๆอีกครั้งว่า..
“ผมก็รักฮยองนะ! อันนี้ก็ความลับเหมือนกันนะฮะ” ทงเฮคลานกลับไปนั่งที่นั่งของตัวเอง ก่อนจะยิ้มภาคภูมิใจที่ทำแผนบอกรักพี่ชายสำเร็จโดยไม่มีใครได้ล่วงรู้!!
.
.
.
ไม่นานนัก รถคันหรูก็แล่นมาจอดอยู่หน้าประตูโรงเรียนใหญ่ ซองมินหอมแก้มทงเฮฟอดใหญ่ก่อนที่จะเดินลงจากรถด้วยสีหน้าและแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
“ซองมิ๊นนนนนนนนนนนน นน~” เสียงลิงหรือไก่ก็ไม่รู้ดังขึ้นทันทีที่เท้าของร่างเล็กสัมผัสกับพื้น ซองมินหันหน้าไปมองบุคคลที่คุ้นเคยช้าๆ
“อรุณสวัสดิ์ ฮยอกแจ” เขากล่าวเรียบๆ ฮยอกแจไม่ได้ตอบอะไร กลับวิ่งวนไปมารอบตัวซองมินอย่างตื่นตกใจ
“สีแดงไปไหน?? สีชมพูไปไหน??? OoO??” เจ้าของเรือนผมสีทองวิ่งมาหยุดที่หน้าร่างเล็กพลางมองสำรวจไปทั่วร่างกาย
“ไม่ใส่แล้ว” ซองมินพูดทิ้งท้าย ก่อนที่จะเดินลิ่วขึ้นตึกเรียนโดยไม่สนใจคนที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
มันเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรักของเขากันแน่นะ? ทุกที และ ทุกวัน ซองมินคนนี้จะต้องมีของสีแสบทรวงประดับอยู่บนร่างกายให้เห็นทุกวัน แต่ทำไมวันนี้กลับใส่สูทดำ.. ใส่เครื่องแบบนักเรียนตรงตามระเบียบ ปกติซองมินไม่ใช่คนแบบนี้ ไหนจะใบหน้าที่เย็นชาเรียบเฉยกับเขาขนาดนั้นอีก ถ้าเป็นเหมือนทุกเช้าซองมินจะต้องยิ้มกว้างวิ่งเข้ามาควงแขนเขาขึ้นตึกเรียนแล้ว.. แต่นี่.. มันตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง!!
ที่อีกฟากของโรงเรียน หอใหญ่.. หรือจะเรียกว่าหออันมโหราฬ คงไม่สามารถบรรยายความใหญ่โตของหอพิเศษนี้ได้แม้แต่นิดเดียว
“อื้ม...” ร่างสูงครางเบาๆในลำคอ แสดงออกถึงความพึงพอใจในสิ่งที่ร่างอรชรกำลังทำอยู่ ร่างเปลือยเปล่าสองร่างกำลังบรรเลงเพลงรักอย่างไม่สนใจใครอยู่บนเตียง แม้จะเป็นเวลาเช้าแล้วก็ตาม
ร่างสูงเจ้าของดวงตาคมช้อนใบหน้าหวานของหญิงสาวขึ้นมาใกล้ ก่อนจะประกบริมฝีปากของตนเองเข้ากับริมฝีปากอวบอิ่มตรงหน้า ลิ้นร้อนรุกล้ำทั่วโพรงปากของร่างบางเพื่อควานหาความหอมหวาน ร่างเล็กใช้แขนสองข้างโอบรอบคอคนตัวสูง ก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มซุกไซร้ซอกคอเนียนขาว ไล่ลงต่ำไปเรื่อยๆ
“อ๊ะ.. อ๊าา~ ” เสียงเล็กครางออกมาอย่างมีความสุขกับสิ่งที่ร่างสูงทำให้ เล็บแหลมจิกเข้าที่กลางหลังแสดงถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เขายิ้มนิดๆ ก่อนจะจัดการสำเร็จความใคร่กับหญิงสาวผู้นี้ด้วยความชำนาญ
ทันทีที่เสร็จภารกิจ ร่างสูงก็เดินลิ่วหายเข้าห้องน้ำไป ทิ้งไว้เพียงร่างบอบบางของเด็กสาวที่นอนเปลือยอยู่บนเตียง และ คราบราคะที่เปรอะไปทั่วเตียง
“ฮันเกิง ขอเข้าไปหน่อย” เสียงทุ้มดังขึ้นผ่านสปีคเกอร์โฟนหน้าประตู ร่างสูงที่กำลังอาบน้ำอยู่กดสวิตช์เปิดประตูอัตโนมัติจากภายในห้องน้ำ ไม่นานนักเขาก็พาร่างที่เปียกชุ่มออกมาที่โถงใหญ่
“ไงชีวอน มาทำอะไรแถวนี้แต่เช้า? ฉันไม่มีผู้หญิงให้นายยืมหรอกนะ ฮ่ะๆ” ฮันเกิงพูดกวนๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม
“อย่าคิดว่าทุกคนเป็นเหมือนนายสิ ไอ่มังกือ” เจ้าของใบหน้าเรียวคมกล่าวยียวน พลางมองสำรวจรอบห้อง ฮันเกิงหัวเราะหึหึในลำคอ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าชีวอนมาทำอะไร.. หน้าที่รองประธานนักเรียน.. ก็ต้องมาตรวจสภาพความเรียบร้อยเฉพาะไอ่มังกืออย่างเขาทุกเช้าไงหละ
“ไม่ต้องหาหรอก อยู่ในห้องนอนนู่น”
“หรอ? คราวนี้เด็กปีไหนหละ? ผู้หญิง? หรือผู้ชาย?”
“ปีสอง ผู้หญิง”
“อ่อ.. แล้วลงมาได้แล้วนะ อีกสิบนาทีจะเปิดการประชุม”
“คร๊าบบบ~ ท่านรองประธานที่เคารพ~ ว่าแต่ผมขออีกซักรอบได้มั๊ยอ่ะ? > <” คนตัวเล็กกว่ากระพริบตาปริบๆ ทำทีว่าเป็นลูกหมาตัวน้อยกำลังต้องการเจ้านายมาลูบหัว
“ไม่!!!” ชีวอนตอบสั้นๆ ก่อนจะหันร่างกายกำยำหนี แล้วเดินออกจากห้องใหญ่ไป
จุดประสงค์ของหอพิเศษนี้ถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อให้เหล่าคณะกรรมการนักเรียนใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อนและเตรียมงานต่างๆ.. แต่ดูไอ่(มังกือ)นี่สิครับ! มันเอาไว้บรรเลงเพลงรักทุกคืนไม่เว้นวันหยุดราชการ! ไม่เว้นเพศด้วยครับ! จะผู้จะเมีย มันเอาหมด ขอแค่มันเข้าไปได้ก็พอ! =____=^ ดูสิครับ.. เช้าขนาดนี้มันก็ยังทำกิจกรรมในร่ม(ผ้า)ได้! ผมหละไม่เข้าใจจริงๆว่ามันเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนทุกวี่ทุกวัน ถ้าไม่ติดว่าไอ่(มังกือ)นี่เป็นลูกชายหุ้นส่วนใหญ่จากสาขาที่จีนแล้วละก็ ผมคงจะรีบทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้มันตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาแล้วหละครับ = =;
.
.
.
ที่ห้องประชุมใหญ่(โตมโหราฬอภิมหาโคตรใหญ่ใหญ่โคตรอลังการเวรี่บิ๊ก!!)
ร่างบางเจ้าของเรือนผมสีทองคำเปลวในชุดเครื่องแบบนักเรียนกำลังตรวจเช็คเอกสารสำหรับการประชุมวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ ดวงตากลมโตภายใต้แว่นกรอบบางนั้นกระพริบไปมา พลางสอดส่ายไปทั่วหน้ากระดาษ
“อีทึก” เมื่อได้ยินเสียงหวานเรียกชื่อเขา อีทึกจึงต้องละสายตาจากกองเอกสารขึ้นมามองคนตรงหน้า
“หืม?” ร่างเพรียวขยับแว่นเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นบุคคลตรงหน้าชัดขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นโค้งคำนับผู้มาใหม่หนึ่งที
“อรุณสวัสดิ์ครับประธานคิม”
ร่างบางยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินผ่านอีทึกไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวกลางของห้องประชุม ที่บนโต๊ะมีป้ายชื่อเขียนไว้ว่า
- คิม ฮีชอล -
“อรุณสวัสดิ์เลขาปาร์ค” ฮีชอลเปิดเอกสารที่วางเป็นระเบียบเรียบร้อยตรงหน้าดูด้วยท่าทีที่สุดแสนจะสง่า ก่อนที่จะฟุบหน้าลงกับโต๊ะประชุมไปด้วยความรวดเร็วจนอีทึกที่เรียงเอกสารอยู่ตกใจในอาการของท่านประธาน จนต้องรีบวิ่งมาดู
“ประธานคิม.. ประธานคิมเป็นอะไรรึเปล่าครับ?” เสียงหวานถามด้วยความห่วงใย ไหล่บางของคนที่ฟุบอยู่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะ อีทึกหรือจองซูนั้นใช้มือเล็กลูบไปที่ศีรษะท่านประธานอย่างเบามือ
“ใจเย็นๆนะครับท่านประธาน.. มีอะไรก็บอกผมได้นะ” ไม่ว่าร่างบางจะพูดยังไง ไหล่เล็กๆนั่นก็ยังกระเพื่อมขึ้นลงโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยซักนิด อีทึกเริ่มทำอะไรไม่ถูก เขาและประธานเพิ่งจะเข้ามาทำงานในตำแหน่งได้ไม่นานนัก ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน แต่เขาก็ไม่เคยเห็นฮีชอลเป็นแบบนี้มาก่อนเลย
“ดะ..เดี๋ยวผมไปตามรองชเวมานะครับ.. ท่านประธานใจเย็นๆก่อนนะครับ” อีทึกพูดติดๆขัดๆ เขาชักจะกังวลกับอาการของเพื่อนสนิทมากขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ ร่างกายมันมักจะไปก่อนความรู้สึกเสมอ.. เลขาปาร์คกำลังก้าวขาฉับๆเดินไปยังประตูห้องประชุมด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้นเอง...
edit @ 21 Jul 2008 18:20:22 by • MiRACLEx •